Top Comment

ชอบมากค่ะ👍 สนใจค่ะ หมอธีเก่งที่สุด👍 ทรงสวยพุ่ง ปังมาก🥰 คลินิกอยู่ที่ไหนคะ อันดับ 1 ให้บีคอสคลินิกเลยค่ะ🔥 ราคาถูกและดีแถมปลอดภัย💯 ราคานี้จบเลยไหมคะ

เสริมหน้าอก

สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้มาชวนคุยเรื่องเสริมหน้าอก กันเดี๋ยวนี้การทำศัลยกรรมเสริมหน้าอกได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะมีผู้หญิงหลายคนที่อยากมีหน้าอกที่สวยและกระชับมากขึ้น แต่ก็มีหลายคนที่ยังลังเลเพราะกลัวเจ็บหรือกลัวผลข้างเคียง วันนี้เราจะมาแนะนำ ทุกขั้นตอนของการ เสริมหน้าอก

เสริมหน้าอก สวยเป๊ะ ที่ bcoss clinic

ขั้นตอนการ

เสริมหน้าอก

  1. ปรึกษาคุณหมอ ขั้นตอนแรกคือต้องปรึกษาคุณหมอเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับความต้องการและเป้าหมายของคุณ คุณหมอจะประเมินรูปร่างและขนาดหน้าอกของคุณ เพื่อแนะนำขนาดและทรงซิลิโคนที่เหมาะสม คุณหมอจะอธิบายขั้นตอนการผ่าตัดและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นให้เข้าใจอย่างถ่องแท้
  1. ตรวจสุขภาพ ก่อนวันผ่าตัด คุณจะต้องเข้ารับการตรวจสุขภาพเพื่อประเมินความพร้อมร่างกายของคุณ คุณหมอจะตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ และตรวจหัวใจและหลอดเลือด เพื่อให้แน่ใจว่าคุณพร้อมสำหรับการผ่าตัด
  1. การผ่าตัด การผ่าตัดเสริมหน้าอกใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง ศัลยแพทย์จะทำการเปิดแผลบริเวณใต้รักแร้ ใต้เต้านม หรือรอบหัวนม จากนั้นจะใส่ถุงซิลิโคนเข้าไปในช่องว่างใต้กล้ามเนื้อหน้าอกหรือใต้เนื้อเยื่อหน้าอก
  1. พักฟื้น หลังจากการผ่าตัด คุณจะต้องพักฟื้นอยู่ที่ Bcoss Clinic 1 คืน จากนั้นคุณหมอจะอนุญาตให้กลับบ้านได้ คุณจะต้องใส่ชุดพยุงหน้าอกและทานยาตามที่คุณหมอสั่งอย่างเคร่งครัด

ที่บีคอสเสริมหน้าอกมีเทคนิคอะไรบ้าง ?

เทคนิคการเสริมหน้าอกในปัจจุบันมีอยู่ 2 แบบหลัก ๆ แบ่งตามลักษณะการวางของซิลิโคน ดังนี้

เทคนิคเสริมหน้าอกเหนือกล้ามเนื้อ (Subglandular)

เป็นเทคนิคที่นิยมมากที่สุด เหมาะกับผู้ที่มีเนื้อหน้าอกเดิมไม่มาก ซิลิโคนจะถูกวางอยู่เหนือกล้ามเนื้อหน้าอก ผลลัพธ์ที่ได้จะดูเป็นธรรมชาติมากกว่า เนื่องจากมีกล้ามเนื้อคลุมซิลิโคน ทำให้โอกาสคลำได้ขอบซิลิโคนน้อยกว่า และโอกาสเกิดพังผืดรัดหน้าอกแข็ง (Capsular contracture) น้อยกว่า แต่ข้อเสียคือ ซิลิโคนอาจเคลื่อนตำแหน่งได้ง่ายกว่าหากกล้ามเนื้อหน้าอกบีบตัว

เทคนิคเสริมหน้าอกใต้กล้ามเนื้อ (Submuscular)

เป็นเทคนิคที่เหมาะกับผู้ที่มีเนื้อหน้าอกเดิมมาก หรือผู้ที่ต้องการหน้าอกที่สัมผัสนุ่มนวลเป็นธรรมชาติ ซิลิโคนจะถูกวางอยู่ใต้กล้ามเนื้อหน้าอก ผลลัพธ์ที่ได้จะดูเป็นธรรมชาติน้อยกว่า เนื่องจากไม่มีกล้ามเนื้อคลุมซิลิโคน ทำให้มีโอกาสคลำได้ขอบซิลิโคนมากกว่า และมีโอกาสเกิดพังผืดรัดหน้าอกแข็ง (Capsular contracture) มากกว่า แต่ข้อดีคือ ซิลิโคนจะไม่เคลื่อนตำแหน่งได้ง่าย

จะรู้ได้อย่างไรว่าเราควรเสริมหน้าอกเทคนิคอะไร ?

สำหรับผู้ที่มีเนื้อหน้าอกเดิมไม่มาก ควรเสริมหน้าอกแบบ เหนือกล้ามเนื้อ (Subglandular) มากกว่าแบบใต้กล้ามเนื้อ (Submuscular) เนื่องจากเทคนิคเหนือกล้ามเนื้อมีข้อดีดังนี้
  • ดูเป็นธรรมชาติมากกว่า เนื่องจากมีกล้ามเนื้อคลุมซิลิโคน ทำให้โอกาสคลำได้ขอบซิลิโคนน้อยกว่า
  • โอกาสเกิดพังผืดรัดหน้าอกแข็ง (Capsular contracture) น้อยกว่า เนื่องจากกล้ามเนื้อช่วยพยุงซิลิโคนไม่ให้เคลื่อนที่ไปมา
สำหรับผู้ที่มีเนื้อหน้าอกเดิมมาก เทคนิคที่เหมาะกับการเสริมหน้าอก คือ เทคนิคใต้กล้ามเนื้อ (Submuscular) เนื่องจากมีข้อดีดังนี้
  • ซิลิโคนไม่เคลื่อนตำแหน่งได้ง่าย เนื่องจากกล้ามเนื้อช่วยพยุงซิลิโคนไม่ให้เคลื่อนที่ไปมา
  • ดูเป็นธรรมชาติ ถึงแม้ว่าจะไม่มีกล้ามเนื้อคลุมซิลิโคนก็ตาม

สนใจเสริมหน้าอก ปรึกษาฟรี

การผ่าตัดเสริมหน้าอกที่ bcoss clinic มีตำแหน่งแผลหลัก ๆ อยู่ 3 ตำแหน่ง ได้แก่

ใต้ราวนม (Inframammary incision): เป็นตำแหน่งแผลที่นิยมมากที่สุด อยู่ใต้ขอบล่างของหน้าอก แผลจะซ่อนอยู่ใต้ราวนมเมื่อสวมใส่เสื้อชั้นใน มักใช้เทคนิคนี้สำหรับผู้ที่มีเนื้อหน้าอกเพียงพอที่จะรองรับซิลิโคนได้ ข้อดีคือแผลเป็นมองไม่เห็นง่าย แต่รอยแผลเป็นอาจยาวกว่าตำแหน่งอื่น ๆ
รักแร้ (Transaxillary incision): อยู่บริเวณรักแร้ มักใช้เทคนิคนี้สำหรับผู้ที่มีเนื้อหน้าอกน้อย ข้อดีคือแผลเป็นมองไม่เห็น แต่การผ่าตัดอาจใช้เวลานานกว่า และอาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดอาการชาหรือดึงรั้งบริเวณรักแร้
รอบหัวนม (Periareolar incision): อยู่รอบๆ ขอบเขตสีดำของหัวนม มักใช้เทคนิคนี้สำหรับผู้ที่มีปานนมใหญ่พอที่จะซ่อนแผลได้ ข้อดีคือแผลเป็นมองไม่เห็นง่าย แต่การผ่าตัดอาจยากกว่า และอาจส่งผลต่อท่อน้ำนม

เสริมหน้าอกที่บีคอสมีจุดเด่นอย่างไร ?

ที่บีคอสเสริมหน้าอกโดย ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง มีประสบการณ์การทำงานด้านศัลยกรรมตกแต่งและเสริมความงามกว่า 20 ปี

จุดเด่นของ ทีมแพทย์ที่ bcoss ในการเสริมหน้าอกมีดังนี้

  • เทคนิคการเสริมหน้าอกที่หลากหลาย  สามารถใช้เทคนิคการเสริมหน้าอกได้หลากหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับความต้องการของคนไข้และลักษณะของทรวงอกเดิม เช่น เทคนิคเหนือกล้ามเนื้อ (Subglandular) เทคนิคใต้กล้ามเนื้อ (Submuscular) และเทคนิคระหว่างกล้ามเนื้อ (Dual plane)
  • ประสบการณ์การผ่าตัดที่ยาวนาน  มีประสบการณ์การผ่าตัดเสริมหน้าอกมาอย่างยาวนาน จึงมีความเชี่ยวชาญและสามารถประเมินความเสี่ยงและวางแผนการผ่าตัดได้อย่างเหมาะสม
  • ผลงานที่ได้รับการยอมรับจากคนไข้  ได้รับการยอมรับจากคนไข้มากมาย ว่าสามารถให้ผลลัพธ์ที่ออกมาดูเป็นธรรมชาติและปลอดภัย

เสริมหน้าอกต้องใช้เวลาพักฟื้นกี่วัน ?

ระยะเวลาพักฟื้นหลังเสริมหน้าอกโดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 5-7 วัน โดยคนไข้จะต้องพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาล 1 คืนหลังผ่าตัด จากนั้นสามารถกลับบ้านได้ แต่ควรงดออกกำลังกายหรือยกของหนัก 1-2 เดือน

ในช่วงพักฟื้นคนไข้ควรปฏิบัติดังนี้

  • นอนให้ลำตัวส่วนบนสูงประมาณ 30-40 องศา เพื่อลดบวม
  • ใส่เสื้อชั้นในแบบ Support Bra ตลอดเวลา ทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อป้องกันหน้าอกผิดรูป
  • รับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง
  • งดสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

คุณสมบัติของซิลิโคนแต่ละยี่ห้อที่บีคอส

ซิลิโคนเสริมหน้าอกในปัจจุบันมีหลายยี่ห้อ แต่ละยี่ห้อก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันไป ดังนี้

Mentor

Mentor เป็นยี่ห้อซิลิโคนเสริมหน้าอกที่ได้รับความนิยมรองลงมา มีคุณสมบัติดังนี้

  • ผิวเรียบ (Smooth)
  • เจลมีความคงตัวสูง
  • ช่วยลดโอกาสเกิดพังผืดรัดหน้าอกแข็ง
  • มีเทคโนโลยี MemoryGel ที่ช่วยเพิ่มความมั่นคงของซิลิโคน

Sebbin

Sebbin เป็นยี่ห้อซิลิโคนเสริมหน้าอกจากประเทศฝรั่งเศส มีคุณสมบัติดังนี้

  • ผิวเรียบ (Smooth) หรือผิวทราย (Textured)
  • เจลมีความคงตัวสูง
  • ช่วยลดโอกาสเกิดพังผืดรัดหน้าอกแข็ง
  • มีเทคโนโลยี Naturgel ช่วยเพิ่มความรู้สึกนุ่มนวลของซิลิโคน

Motiva

Motiva เป็นยี่ห้อซิลิโคนเสริมหน้าอกจากประเทศสหรัฐอเมริกา มีคุณสมบัติดังนี้

  • ผิวเรียบ (Smooth) หรือผิวทราย (Textured)
  • เจลมีความคงตัวสูง
  • ช่วยลดโอกาสเกิดพังผืดรัดหน้าอกแข็ง
  • มีเทคโนโลยี Ergonomics ที่ช่วยเพิ่มความรู้สึกเป็นธรรมชาติของซิลิโคน

EuroSilicone

EuroSilicone เป็นยี่ห้อซิลิโคนเสริมหน้าอกจากประเทศฝรั่งเศส มีคุณสมบัติดังนี้

  • ผิวเรียบ (Smooth)
  • เจลมีความคงตัวสูง
  • ช่วยลดโอกาสเกิดพังผืดรัดหน้าอกแข็ง
  • มีเทคโนโลยี Nanotech ช่วยเพิ่มความรู้สึกนุ่มนวลของซิลิโคน

ปัญหาหน้าอกหย่อนคล้อย ทำไมต้องทำการยกกระชับด้วย ?

ปัญหาหน้าอกหย่อนคล้อย หากต้องเสริมหน้าอก จำเป็นต้องทำการยกกระชับด้วยในบางกรณี ขึ้นอยู่กับระดับความหย่อนคล้อยของหน้าอก ดังนี้
ระดับหย่อนคล้อยน้อย (Mild ptosis) กรณีนี้หน้าอกหย่อนคล้อยเล็กน้อย ผิวหนังและเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังยังกระชับอยู่บ้าง สามารถใช้เพียงเทคนิคการเสริมหน้าอกแบบใต้กล้ามเนื้อ (Submuscular) เท่านั้น โดยไม่ต้องทำการยกกระชับหน้าอกเพิ่มเติม
ระดับหย่อนคล้อยปานกลาง (Moderate ptosis) กรณีนี้หน้าอกหย่อนคล้อยปานกลาง ผิวหนังและเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังหย่อนคล้อยมากขึ้น จำเป็นต้องทำการยกกระชับหน้าอกร่วมด้วย โดยศัลยแพทย์จะทำการกำจัดผิวหนังส่วนเกิน กล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังที่หย่อนคล้อยออก ปรับตำแหน่งหัวนมและลานนมให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม จากนั้นจึงใส่ซิลิโคนเข้าไปเพื่อเพิ่มขนาดหน้าอก
ระดับหย่อนคล้อยมาก (Severe ptosis) กรณีนี้หน้าอกหย่อนคล้อยมาก ผิวหนังและเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังหย่อนคล้อยมาก จำเป็นต้องทำการยกกระชับหน้าอกอย่างสมบูรณ์ โดยศัลยแพทย์จะทำการกำจัดผิวหนังส่วนเกินออกทั้งหมด ปรับตำแหน่งหัวนมและลานนมให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม จากนั้นจึงใส่ซิลิโคนเข้าไปเพื่อเพิ่มขนาดหน้าอก
หากทำการเสริมหน้าอกโดยไม่ทำการยกกระชับหน้าอกในรายที่หน้าอกหย่อนคล้อยมาก อาจส่งผลให้หน้าอกดูไม่เป็นธรรมชาติ หน้าอกดูใหญ่ขึ้นแต่ยังหย่อนคล้อยอยู่ ส่งผลให้ขาดความมั่นใจ

รีวิวจากลูกค้าจริง

Before
After
Before
After
Before
After
Before
After
Before
After
Before
After
Before
After
Before
After
Before
After
Before
After
Before
After
Before
After
Before
After
Before
After
Before
After
error: Content is protected !!