Menu
Edit Template
ผิวชั้น SMAS คืออะไร?
ผิวชั้น SMAS คืออะไร?

ผิวชั้น SMAS คืออะไร?

ผิวชั้น SMAS (Superficial Musculo Aponeurotic System) เปรียบเสมือนโครงสร้างหลักที่พยุงให้ใบหน้าของเราดูกระชับเต่งตึง ชั้นนี้ประกอบไปด้วยเนื้อเยื่อพังผืดและกล้ามเนื้อใบหน้า อยู่ใต้ชั้นผิวหนังและไขมัน ทำหน้าที่ห่อหุ้มและเชื่อมต่อกล้ามเนื้อใบหน้าทั้งหมดเข้าด้วยกัน

ผิวหนังของเราประกอบไปด้วยชั้นหลักๆ ดังนี้

  1. ชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) : เป็นชั้นนอกสุดของผิวหนัง ทำหน้าที่ปกป้องผิวจากสิ่งแวดล้อม
  2. ชั้นหนังแท้ (Dermis) : อยู่ใต้ชั้นหนังกำพร้า ประกอบไปด้วยคอลลาเจน อีลาสติน และหลอดเลือดฝอย ทำหน้าที่พยุงโครงสร้างผิว
  3. ชั้นไขมัน (Hypodermis) : อยู่ใต้ชั้นหนังแท้ ทำหน้าที่เก็บสะสมพลังงานและช่วยให้ร่างกายอบอุ่น

หน้าที่หลักของชั้น SMAS

  • พยุงโครงสร้างใบหน้า: ชั้น SMAS ห่อหุ้มและเชื่อมต่อกล้ามเนื้อใบหน้าทั้งหมดเข้าด้วยกัน ช่วยให้ใบหน้าของเราดูกระชับเต่งตึง
  • ควบคุมการแสดงออกทางสีหน้า: กล้ามเนื้อใบหน้าที่อยู่ภายในชั้น SMAS ทำหน้าที่ควบคุมการแสดงออกทางสีหน้าต่างๆ เช่น การยิ้ม การขมวดคิ้ว การยักคิ้ว
  • กระจายความร้อน: ชั้น SMAS มีหลอดเลือดฝอยอยู่มากมาย ช่วยกระจายความร้อนไปยังใบหน้า

สัญญาณเตือนว่าผิวชั้น SMAS ของคุณเริ่มหย่อนคล้อย

  • ใบหน้าดูหย่อนคล้อย: แก้มหย่อน คางย้อย กรอบหน้าไม่ชัดเจน
  • ริ้วรอยและร่องลึก: ริ้วรอยใต้ตา ร่องแก้ม ร่อง nasolabial ร่องคาง
  • ผิวหนังดูบางลง: ผิวหนังสูญเสียความยืดหยุ่น ดูบางลงและเหี่ยวย่น
  • หนังตาตก: หนังตาตก เปลือกตาหนัก
  • คอและลำคอหย่อนคล้อย: ผิวหนังบริเวณคอและลำคอหย่อนคล้อย เห็นริ้วรอยขวาง

วิธีแก้ไขความเหี่ยวของชั้น SMAS ที่พบบ่อย ได้แก่

  • การผ่าตัดยกกระชับใบหน้า:เป็นวิธีที่รุนแรงที่สุด แต่ก็มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการแก้ไขความหย่อนคล้อยของชั้น SMAS ศัลยแพทย์จะผ่าตัดเพื่อยกชั้น SMAS และลบผิวหนังส่วนเกินออก ผลลัพธ์จะคงอยู่ได้หลายปี
  • การร้อยไหม:เป็นวิธีที่ไม่ผ่าตัดที่ใช้ไหมเพื่อยกชั้น SMAS ผลลัพธ์จะคงอยู่ได้ประมาณ 1-2 ปี
  • การฉีดฟิลเลอร์:เป็นวิธีที่ไม่ผ่าตัดที่ใช้ฟิลเลอร์เพื่อเติมเต็มริ้วรอยและร่องลึกบนใบหน้า ผลลัพธ์จะคงอยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน
  • การรักษาด้วยคลื่นความร้อน: เป็นวิธีที่ไม่ผ่าตัดที่ใช้คลื่นความร้อนเพื่อกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนและอีลาสติน ผลลัพธ์จะค่อยเป็นค่อยไปและอาจต้องทำซ้ำหลายครั้ง
  • การรักษาด้วยเลเซอร์: เป็นวิธีที่ไม่ผ่าตัดที่ใช้เลเซอร์เพื่อกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนและอีลาสติน ผลลัพธ์จะค่อยเป็นค่อยไปและอาจต้องทำซ้ำหลายครั้ง

นอกจากวิธีการเหล่านี้แล้ว ยังมีวิธีอื่นๆ อีกมากมายในการปรับปรุงสุขภาพผิวและลดเลือนริ้วรอย เช่น การใช้ครีมกันแดด การรักษาความชุ่มชื้นของผิว และการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ

สิ่งสำคัญคือต้องปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังหรือศัลยแพทย์ตกแต่งเพื่อหารือเกี่ยวกับตัวเลือกการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ แพทย์จะสามารถประเมินความต้องการของคุณและแนะนำวิธีการรักษาที่เหมาะสมที่สุด

โพสที่เกี่ยวข้อง

เสริมหน้าอกวัยไหนก็เป๊ะ! เคล็ดลับสนุกๆ จากคุณคันธมาลี

สิงหาคม 15, 2024

หลังเสริมหน้าอกเสร็จ สามารถทำกิจกรรมอะไรได้บ้าง

กันยายน 26, 2023

ข้อดีข้อเสียของ ซิลิโคนยูโร

กรกฎาคม 31, 2024

เสริมหน้าอก พระราม2 ที่บีคอสคลินิก

กรกฎาคม 25, 2024

เสริมหน้าอกแบบไม่ศัลยกรรม​

ตุลาคม 2, 2023

เสริมหน้าอกพักฟื้นกี่วัน

สิงหาคม 18, 2023

เสริมหน้าอกแบบตาหวาน: เปิดประสบการณ์ใหม่ที่ใครๆ ก็อยากลอง

สิงหาคม 14, 2024

เทคนิคการผ่าตัดหน้าอกลงแผลที่ฐานนมโดยไม่มีแผลที่ปานนม (inframamary)

มิถุนายน 27, 2025

ซิลิโคน Silimed เสริมหน้าอกให้เป๊ะปัง มั่นใจทุกองศา กับ

พฤษภาคม 23, 2024

ดึงหน้าเฉพาะจุด

เมษายน 24, 2024